แนวคิดผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์ของลิกซิลดีไซน์ เรียบง่าย มีสไตล์
ประตูหน้าต่างของเราประกอบด้วยอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นต่อการใช้งานเท่านั้น
ความเรียบง่ายที่เหนือชั้นช่วยให้รูปลักษณ์โดดเด่น

คุณสมบัติที่โดดเด่นและประสิทธิภาพ

บทความและข่าวสาร

Introduction to Doors & Windows รู้จักรูปแบบของบานประตู-หน้าต่าง

ประตู-หน้าต่างคือส่วนประกอบพื้นฐานที่สุดของบ้าน แต่เพราะดูเป็นเรื่องง่าย หลายคนก็เลยละเลย ทั้งที่จริงแล้วประตู-หน้าต่างคือผู้ช่วยสำคัญที่เสริมลุกให้ตัวบ้านเข้ากับคอนเซ็ปต์ที่ออกแบบไว้ และยังช่วยครีเอตรูปแบบของพื้นที่ตามฟังก์ชั่นการใช้งานที่ต้องการอีกต่างหาก ทีนี้พอจะต้องเลือกประตูและหน้าต่างก็เริ่มคิดไม่ออกแล้วว่า ควรจะเริ่มต้นจากตรงไหน เรามาไล่ดูประตู-หน้าต่างแต่ละแบบกันดีกว่า ในที่นี้เราเลือกแบ่งประเภทตามรูปแบบการเปิด แล้วค่อยๆ ดูไปทีละตัวว่าถูกใจกับหน้าตาหรือฟังก์ชั่นการใช้งานของตัวไหน แล้วเรื่องดีไซน์ก็จะตามมาได้เอง บานเปิด (Swing Door) บานเปิดแบบธรรมดาสามัญที่สุด ความพิเศษที่เกิดขึ้นจึงอยู่ที่วิธีการดีไซน์หน้าบานให้เข้ากับสไตล์ของบ้านและระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการ ข้อดีจึงอยู่ที่ใช้งานง่าย เปิดออกได้สุดบาน แต่ต้องคำนึงถึงทั้งเรื่องระยะเปิดว่าจุดที่จะเปิดบานต้องไม่มีอะไรกีดขวาง และเมื่อเปิดหน้าบานทิ้งไว้แล้วไม่ไปขวางพื้นที่อื่น บานเปิดแบบคู่ (Swing Bifold Door) บานเปิดแบบคู่ถูกแบ่งครึ่งออกเป็นสองบาน ประหยัดระยะเปิดที่ไม่ต้องกว้างเท่ากับบานเปิดสะวิงแบบเดี่ยว หรือหากต้องการไซส์แบบบานสะวิงธรรมดา ก็จะได้ทางเข้าห้องที่ใหญ่ขึ้นอีกแบบดับเบิ้ล แต่พอมีสองบาน การติดตั้งหน้าบานจะต้องทำงานเบิ้ลขึ้นเป็นสองเท่าจากหน้าบานเดี่ยว และจะต้องติดตั้งระยะบน-ล่างให้เท่ากันทั้งสองบานเพื่อให้งานดูเรียบร้อยสวยงาม เครดิตภาพ : mydomaine บานหมุน (Pivot Door) ประตูแบบบานหมุนมักพบใช้เป็นส่วนกั้นแบ่งและเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างสองห้องมากกว่าที่จะใช้เป็นประตูทางเข้าหลัก นั่นก็เพราะจุดหมุนซึ่งอยู่ตรงกลางทำให้บานเปิดหมุนออกได้เพียง 90 องศา จึงมักใช้หน้าบานตั้งแต่ 2 บานขึ้นไปเพื่อเปิดระยะผ่านเข้าออกให้กว้างขวางขึ้น แต่หากใช้บานเดียวสำหรับเป็นทางเข้าออกก็ทำได้เช่นกัน แต่ต้องควบคุมบาลานซ์ของหน้าบานจากจุดหมุนที่ต้องเลื่อนไปใกล้ขอบบานประตูมากขึ้น ซึ่งควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้คำนวณระยะและการติดตั้งให้ เครดิตภาพ : archdaily บานหมุนแนวนอน (Vertical Pivot Window) บานหมุนแบบแนวนอนถูกนำมาใช้กับหน้าต่างสำหรับระบายอากาศ เพราะมุมที่เปิดออกทำได้มากที่สุดเพียง 90 […]


ดูเพิ่มเติม
INTHAMARA 29 จากมรดกทางโครงสร้างแบบคลาสสิก สู่สเปซในสไตล์โมเดิร์น

“บ้านหลังนี้เกิดจากการรวมกันระหว่างความคลาสสิกที่คุณพ่อชอบ ผสมกับไสตล์โมเดิร์นเรียบๆ ที่คุณอ้วนซึ่งเป็นเจ้าของบ้านชอบ เฉพาะฉะนั้นบ้านจึงออกมาเป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นที่มีกลิ่นอายของความคลาสสิกเจืออยู่ในรายละเอียด” คุณเบ๊น-ณฤชา คูวัฒนาภาศิร สถาปนิกผู้ออกแบบ หากจะเรียกว่าเป็น ‘ความแตกต่างที่ลงตัว’ ก็คงไม่ผิดนักสำหรับการจับคู่กันระหว่างการออกแบบที่ต่างกันสุดขั้วของสไตล์โมเดิร์นและสไตล์คลาสสิกที่อยู่ในบ้านหลังเดียวกันของ คุณอ้วน-วสุ เลาจริยกุ ที่แรกเริ่มนั้นต้องการปลูกบ้านใหม่ในพื้นที่เดิมของครอบครัวเพื่อสร้างเป็นเรือนหอ โดยตั้งใจรื้อบ้านหลังเดิมที่อยู่ติดกับบ้านของคุณพ่อซึ่งเป็นสไตล์คลาสสิกออกทั้งหมดแล้วสร้างเป็นสไตล์โมเดิร์นที่ชอบ แต่ทางคุณพ่อเสนอว่าให้เก็บเอกลักษณ์บางอย่างของความคลาสสิกไว้ นั่นจึงทำให้คุณอ้วนตัดสินใจรีโนเวตบ้านหลังนี้แทนการทุบใหม่ทั้งหลังเพื่อให้ยังคงกลิ่นอายบางอย่างของบ้านเดิมที่คุณพ่อชอบไว้อยู่ โดยได้ คุณเบ๊น-ณฤชา คูวัฒนาภาศิร สถาปนิกฝีมือดีจาก I like design studio มารับหน้าที่ช่วยทำให้สไตล์ที่แตกต่างกันนั้นผสมกลมกลืนออกมาเป็นบ้านที่กลมกล่อมไปทุกรายละเอียด “ช่วงออกแบบและก่อสร้างจนมาถึงวันนี้เราก็เรียกบ้านหลังนี้กันจนติดปากว่า ‘บ้าน 29’ ตามชื่อซอยอินทามระ 29 ส่วนเรื่องการออกแบบนั้นถ้าเป็นเรื่องของสไตล์และความชอบไม่ได้ยากหรือมีปัญหาอะไร เนื่องจากผมและคุณอ้วนชอบอะไรคล้ายๆ กันอยู่แล้ว อย่างงานออกแบบสไตล์โมเดิร์นหรือความมินิมอล ชอบบ้านขาวๆ สะอาดๆ เหมือนกัน เมื่อถึงเวลาการออกแบบเลยค่อนข้างลื่นไหล อาจจะเพราะผมกับคุณอ้วนรู้จักกันมาก่อนจะเริ่มออกแบบเลยพอทราบความต้องการและสไตล์ของคุณอ้วนมาประมาณหนึ่ง ส่วนเรื่องความท้าทายในการออกแบบคงหนีไม่พ้นว่าจะทำอย่างไรให้ความคลาสสิกกับความโมเดิร์นให้ไปด้วยกันได้นั่นแหละ ซึ่งสุดท้ายเราจึงตัดสินใจเก็บโครงสร้างเดิมไว้แล้วใส่ Element ความเป็นโมเดิร์นลงไป” (ต่อเติมชานบ้านขนาดใหญ่สำหรับใช้งานจริงลงบนโครงสร้างเดิม) (เก็บโครงสร้างเสาเดิมของอาคารเอาไว้เพื่อรับระเบียงบริเวณชั้นสอง) เมื่อตัดสินใจที่จะออกแบบให้เป็นบ้านที่ผสมกันระหว่างสองสไตล์แล้วทางผู้ออกแบบจึงทุบพื้นเดิมทิ้งทั้งหมดแล้วเหลือไว้แต่โครงสร้างและจำนวนของเสาที่มีจำนวนมากที่เป็นภาษาของคลาสสิกไว้ด้านนอก เพื่อให้เวลาที่มองจากภายนอกก็ยังคงรับรู้ถึงเรื่องราวเดียวกันระหว่างบ้านของพ่อกับของลูกอยู่ จากนั้นจึงดันระยะกระจกให้อยู่ด้านในเสาเพื่อให้เกิดการเข้ามุมของกระจก ช่วยให้บ้านดูเบาและสบายตา อีกทั้งจากการรื้อพื้นเดิมออกนั้นก็เพื่อที่จะสามารถให้ทำให้ฝ้าเพดานมีระดับความสูงได้แบบโมเดิร์นเกิดเป็น Double Space ที่ต่อเนื่องกัน โดยทำโครงสร้างเหล็กมาช่วยเสริมบริเวณนี้เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรง (ช่องเปิดขนาดใหญ่บริเวณห้องนั่งเล่นทำหน้าที่เปิดรับแสงและลมธรรมชาติเข้ามาอย่างเต็มที่) (เจาะช่องเปิดรอบทิศทางเพื่อสร้างบรรยากาศโปร่งโล่งให้กับสเปซ) Double Space บริเวณห้องนั่งเล่นเกิดจากความต่อเนื่องจากการออกแบบฟังก์ชั่นและสเปซที่มีชนาด 6.0×10.0 ม. ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ถูกจำกัดด้วยโครงสร้างของบ้านเดิม ส่งผลให้จังหวะและขนาดของช่องเปิดมีขนาดใหญ่เพื่อให้พอเหมาะกับขนาดของบ้าน […]


ดูเพิ่มเติม
HOUSE 362 เมื่อความธรรมดาส่งเสียงผ่านสถาปัตยกรรม

“ความท้าทายในการออกแบบบ้านหลังนี้สำหรับผมคือ การที่เจ้าของบ้านไม่ได้มี requirementใดๆ เป็นพิเศษเลย ทั้งเรื่องของขนาดพื้นที่ หรืองานสถาปัตยกรรม นั่นคือทั้งความท้าทายและความยากในการออกแบบ HOUSE 362 ครับ” คุณจูน เซคิโน สถาปนิกผู้ออกแบบ หากจะกล่าวถึงความหมายของคำว่า ‘ธรรมดา’ นั้น แน่นอนว่าแต่ละคนย่อมให้คำจำกัดความและขอบเขตที่แตกต่างกันไป เช่นเดียวกันกับ ‘House 362’ บ้านสองชั้นรูปลักษณ์เรียบง่าย ที่ตั้งชื่อตามบ้านเลขที่ โดยสร้างอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับบ้านหลังเก่าที่ทางเจ้าของบ้าน คือ คุณกิตติภูมิ และ คุณศันสนัย์ พงษ์สุรพิพัฒน์ ให้โจทย์กับทาง คุณจูน เซคิโน จาก Junsekino Architect and Design เพียงว่าขอให้บ้านดูธรรมดาที่สุด เรียบง่ายที่สุดและเป็นบ้านที่สมาชิกในครอบครัวสามารถรับรู้ถึงกันและกันได้ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดของบ้าน ซึ่งหลังจากได้ทำความเข้าใจถึงไลฟ์สไตล์และความชอบของเจ้าของบ้านแล้วแบบที่ออกมาจึงกลายเป็นบ้านขนาด 350 ตร.ม. ที่สะอาดตาด้วยเส้นสายเรียบง่ายและตรงไปตรงมาด้านรูปลักษณ์ด้วยการออกแบบหลังคาจั่ววางอยู่บนกล่องสีขาว โดยได้รับแรงบันดาลใจจากบ้านต่างจังหวัดในบ้านเราที่มีโครงสร้าง ‘ครึ่งปูนครึ่งไม้’ ทำให้ลุคของบ้านออกมามีความร่วมสมัยแต่ก็ยังรู้สึกอบอุ่นดูเป็นบ้านที่เหมาะกับการใช้ชีวิตจริงๆ สำหรับครอบครัว (ภายนอกกรุไม้เพื่อให้บ้านมีบรรยากาศอบอุ่นยิ่งขึ้น) คุณจุนกล่าวเสริมว่า ในแบบเดิมก่อนหน้านั้นภายนอกนั้นไม่ได้ถูกกำหนดให้กรุไม้แต่อย่างใด เป็นเพียงบ้านกล่องเรียบๆ สีขาว แต่สุดท้ายจึงเสนอให้กรุไม้ไปเพื่อสร้างความอบอุ่นและดูเป็นกันเองเข้าถึงง่ายให้กับตัวบ้าน ซึ่งทางเจ้าของบ้านก็เห็นตรงกัน และตัดสินใจใช้ไม้จริงทั้งหมด เนื่องจากในความเรียบง่ายที่ต้องการนั้น […]


ดูเพิ่มเติม